  
ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดสําหรับธุรกิจ SME กับธุรกิจขนาดใหญ่ก็คือจํานวนของบุคลากรและเงินลงทุนในตลาดที่นับวันจะมีการแข่งขันกันสูงขึ้น ธุรกิจที่มีข้อจํากัดทั้งด้านกําลังพลและเม็ดเงิน ต้องใช้ “กลยุทธ์” ต่างๆ เพื่อมาดําเนินการให้ธุรกิจของตนอยู่รอดและมีโอกาส “เติบโต” ว่ากันว่าหัวใจที่จะทําให้ธุรกิจเติบโตได้ก็คือ “กําไร” หากมีปริมาณเพิ่มขึ้น โอกาสที่ธุรกิจจะขยายตัวก็มีมาก แต่ถ้านับวันผลกําไรมีแต่ติดลบหรือขาดทุนสะสม วันหนึ่งธุรกิจก็ต้องประสบปัญหาและต้องล้มไปในที่สุด
“หัวใจ” ของกําไรก็คือ การเพิ่มรายรับและลดรายจ่ายธุรกิจ กลยุทธ์ในการสร้างกําไร สําหรับธุรกิจยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ กลยุทธ์อย่างหนึ่ง ก็คือ E-Commerce หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ E-Commerce เข้ามามีบทบาทช่วยให้ธุรกิจ SME เพิ่มรายรับ และ ลดค่าใช้จ่ายได้อย่างไร ? เพิ่มรายรับ 1. เพิ่มกลุ่มเป้าหมาย การที่อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อที่เข้าถึงคนทั่วโลก ทําให้การขายสินค้าผ่านเครือข่ายนี้ไม่มีข้อจํากัดด้านพรมแดนอีกต่อไป เพียงลูกค้ามีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ แม้อยู่ในห้องนอนที่ไกลจากร้านของผู้ขายเป็นหมื่นกิโลเมตร
2. เพิ่มเวลาให้บริการ ระบบอินเทอร์เน็ตนั้นสามารถเชื่อมต่อได้ทุกเวลาที่ผู้ใช้ต้องการ ดังนั้นร้านค้าออนไลน์จึงสามารถเปิดให้บริการได้ทุกวัน 24 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้ซื้อ นอกจากนั้นแล้วผู้ที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีฐานะหรือรายได้อยูในระดับดี มีกําลังซื้อ ซึ่งนับวันจะมีจํานวนมากขึ้นตามการพัฒนาของเทคโนโลยี อีกทั้งการซื้อขายด้วยระบบบัตรเครดิตยังสามารถเพิ่มกําลังซื้อและป้องกันผู้ขายฉ้อโกง หากไม่ส่งสินค้าให้ผู้ซื้อก็สามารถปฏิเสธการชําระเงินได้
ลดค่าใช้จ่าย 1. พนักงาน ถือเป็นข้อจํากัดของธุรกิจ SME เพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างมากในการสร้างพนักงานขายให้มีความเข้าใจ จนสามารถนําไปเสนอขายสินค้าต่อลูกค้าได้ บางครั้งพนักงานที่มีความสามารถลาออกไป ก็ต้องเสียทั้งเงินและเวลาหาคนใหม่อีก แต่การสร้างร้านค้าบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็เหมือนการถ่ายทอดความรู้ให้พนักงานขายคนหนึ่งเข้าใจธุรกิจและนําเสนอขายสินค้าแทนผู้ประกอบการ ข้อดีของพนักงานอิเล็กทรอนิกส์ผู้นี้ก็คือสามารถต้อนรับลูกค้าในคราวเดียวกันได้หลายๆ คน และนําเสนอข้อมูลได้อย่างเป็นมาตรฐานเดียวกันหมด
2 เครื่องมือสื่อสาร ในการทําธุรกิจแบบเดิม ผู้ประกอบการมักต้องลงทุนเรื่องของอุปกรณ์โทรศัพท์, โทรสาร เพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อลูกค้า แต่การมีเว็บไซต์ ทําให้ลูกค้าได้รับความสะดวก ไม่ต้องรอสาย สามารถรับข่าวสารธุรกิจได้ทันที
3. ทําเล การทําธุรกิจค้าปลีก เรื่องของทําเลเป็นสิ่งสําคัญ และทําเลที่ดีจะมีราคาแพง อีกทั้งยังมีผู้ที่ต้องการเป็นจํานวนมาก แต่การขายสินค้าผ่านเว็บไซต์ ไม่มีข้อจํากัดด้านทําเลทางกายภาพ หรือต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตกแต่งร้านมากมาย ผู้ประกอบการสามารถสร้างร้านค้าออนไลน์จากทุกที่ซึ่งมีอินเทอร์เน็ตได้ และประการสําคัญค่าเช่าร้านค้าออนไลน์ถูกกว่าย่านทําเลการค้าดี ๆ นับร้อยเท่า
เมื่อพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สามารถช่วยผู้ประกอบการลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้แล้ว ทําไมจึงมีผู้ประกอบการ SME ไทยหลายรายล้มเหลวในด้านการค้าออนไลน์? สาเหตุหลักอยู่ที่ “ความเชื่อมั่น” ระหว่างคู่ค้า เพราะด้วยต้นทุนทําร้านค้าที่ต่ำ ทําให้ใครต่อใครก็สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจร้านค้าออนไลน์ได้ ดังนั้นเวลาที่ลูกค้าจะตัดสินใจสั่งซื้อ ก็มักลังเลว่าตนจะได้สินค้าที่ต่ำากว่าคุณภาพ จะได้สินค้าล่าช้า หรืออาจไม่ได้เลย เพราะไม่รู้จักผู้ขาย จึงเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการ SME ต้องดำเนินการแก้ไข หากต้องการทําธุรกิจด้วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้ประสบความสําเร็จ ต้องเริ่มต้นตั้งแต่การสํารวจความต้องการของตลาดกลุ่มเป้าหมาย หาสินค้าที่สร้างความพึงพอใจได้ในราคาที่สมเหตุสมผล ประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าทราบถึงช่องทางการจําหน่ายนี้ และที่สําคัญ นโยบายรับคืนสินค้าต้องเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย สิ่งเหล่านี้เป็นหลักประกันสําคัญในการสร้างความสําเร็จของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งผู้ประกอบการ SME ส่วนใหญ่มักละเลยและคิดว่าทําเว็บเสร็จแล้วก็เสร็จกัน และส่วนใหญ่ก็ “เสร็จกัน” จริงๆ ซะด้วย |
.jpg) สนใจ เปิดร้านค้า ออนไลน์ฟรี แบบนี้ >>>>>>>>>> โทร 081 8135965 ได้ตลอดทั้ง 7 วัน ก่อน 20.00 น ค่ะ
|